เช่า เช่าซื้อ หรือ ซื้อรถยนต์ (แนวทางใดดียิ่งกว่ากัน)

ผู้ประกอบกิจการมีหนทางการส่งสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้าได้หลากหลายแนวทาง นอกจากลูกค้ามาซื้อผลิตภัณฑ์หรือรับบริการด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการส่งทางไปรษณีย์ อินเทอร์เน็ต จ้างบุคคลอื่นขนส่งผลิตภัณฑ์ หรือ ถึงแม้ว่าจะขนส่งไปให้ลูกค้าด้วยตัวเอง ด้วยเหตุดังกล่าวการใช้ยานพาหนะก็เลยเป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์ รถยนต์ หรือยานพาหนะอื่น
รถยนต์ที่ใช้ในธุรกิจ ควร เช่า เช่าซื้อ หรือซื้อ รวมทั้งควรเลือกให้รถยนต์ชนิดใด ก็เลยจะได้สิทธิพิเศษทางภาษีมากยิ่งกว่า ไม่มีคำตอบแน่นอน แต่ละแนวทางต่างก็ไม่มีอะไรที่ดีเยี่ยมที่สุด และก็ห่วยแตกที่สุด ขึ้นกับเหตุการณ์นั้นๆการเช่ารถยนต์มาใช้ในธุรกิจการค้า ผู้เช่าไม่ต้องแบกภาระดูแลรักษารถยนต์ แต่ว่าจะมิได้เจ้าของในรถยนต์นั้น ส่วนการเช่าซื้อ หรือซื้อรถยนต์จะได้เจ้าของในรถยนต์ แม้กระนั้นการดูแลรักษาก็จำเป็นต้องรับผิดชอบเอง จำเป็นต้องคิดลูกลองคิดดูแล้วว่าคุ้มไหม สำหรับสิทธิทางภาษี ต่างก็มีข้อเด่นรวมทั้งเสียเปรียบ จะต้องเปรียบเอาเอง นอกเหนือจากนี้ผู้ประกอบธุรกิจยังมีบทบาททางภาษีมาเกี่ยวเมื่อชำระเงินค่า เช่ารถยนต์ ค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าซื้อ หรือซื้อรถยนต์ สรุปได้ดังต่อไปนี้
ภาษีรายได้ หัก ณ ที่จ่าย บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดที่เป็นผู้ เช่ารถยนต์ ไม่ว่าจะเช่ารถยนต์เก๋ง รถยนต์บรรทุก หรือยานพาหนะอื่นใด เมื่อชำระเงินค่าใช้จ่ายสำหรับเช่า จะตอ้งหักภาษีรายได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 5 ของค่าใช้จ่ายในการเช่า (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ไม่ว่าผู้ให้เช่ารถยนต์จะเป็นบุคคลปกติ หรือบริษัท ก็ตาม ในหัวข้อนี้ ถ้าผู้เช่าที่ชำระเงินเป็นบุคคลปกติ จะมีบทบาทจำเป็นจะต้องหักภาษีอะไร ด้วยเหตุว่าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้ แม้กระนั้นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่เป็นผู้เช่าจำเป็นที่จะต้องหักภาษีรายได้ ณ ที่จ่าย ไม่หักมิได้ มิฉะนั้นตัวเองจำเป็นที่จะต้องแบกรับภาระในภาษีนั้นเอง ส่วนการซื้อหรือเช่าซื้อรถยนต์ ผู้ชำระเงินไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอะไร เนื่องจากข้อบังคับมิได้กำหนดไว้
การหักค่าครองชีพ การ เช่ารถยนต์ เช่าซื้อ หรือซื้อรถยนต์มาใช้งาน จะมีการหักรายการจ่ายทางภาษีแตกต่าง รวมทั้งจำพวกรถยนต์ที่ประยุกต์ใช้ในธุรกิจด้วย ในกรณีเช่ารถยนต์เก๋ง หรือรถยนต์ขึ้นรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน โดยชอบด้วยกฎหมายกล่าวถึงพิกัดอัตราภาษีอากร จะหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่เกินเดือนละ 36,000 บาท แต่ว่าหากเป็นรถยนต์ชนิดอื่นๆดังเช่นว่า ปิกอัพ รถบรรทุก หรือมากยิ่งกว่า 10 ล้อ จะหักค่าใช้สอยตามค่าใช้จ่ายสำหรับเช่าที่จ่ายจริงไม่จำกัดวงเงิน ส่วนการซื้อรถยนต์ซึ่งรวมทั้งกรณีเช่าซื้อ ซึ่งเป็นการค้าขาย ส่วนมากรู้ผิดรู้สึกว่าเป็นการเช่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่มีสิทธิ์นำราคาทุนรถยนต์ไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้อีกทั้งปริมาณในปีนั้น แม้กระนั้นจำเป็นที่จะต้องใช้แนวทางหักค่าเสื่อมราคา ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าทุนรถยนต์ โดยหักตรงเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์เก๋ง หรือรถยนต์ขึ้นรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง ราคาเงินลงทุนรถยนต์ที่เอามาคิดคำนวณค่าเสื่อมราคา ให้เอามาคิดคำนวณได้ในวงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท เพียงแค่นั้น กล่าวอีกนัยหนึ่ง หักค่าเสื่อมได้ไม่เกินปีละ 200,000 บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเช่าซื้อให้หักได้ตามเงินผ่อนชำระที่จ่ายในปีนั้นๆแต่ว่าจะต้องไม่เกินวงเงินที่กล่าวมา สำหรับรถยนต์จำพวกอื่นๆสามารถนำค่ารถยนต์ที่จ่ายหรือฟังจ่ายทั้งผอง ที่เกินกว่า 1 ล้านบาท มาคิดคำนวณได้ ไม่ต้องห้ามอะไร
การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้ประกอบธุรกิจลงบัญชีภาษีมูลค่าเพิ่ม มีภาษีซื้อที่เกิดจากการเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อรถยนต์เก๋งหรือรถยนต์ที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 ที่นั่ง ไม่สามารถที่จะขอคืนภาษีซื้อได้ เนื่องจากเป็นภาษีซื้อต้องห้าม แม้กระนั้นภาษีซื้อต้องห้ามดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว สามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ในการเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อรถยนต์จำพวกอื่นๆภาษีซื้อที่เกิดขึ้น หรือที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั้นๆดังเช่น ค่าน้ำประปามัน อื่นๆอีกมากมาย สามารถขอคืนภาษาซื้อได้ ไม่ต้องห้ามอะไร
ขอรับ การที่จะเช่า เช่าซื้อ หรือซื้อรถยนต์มาใช้ในธุรกิจ ภาระหน้าที่ภาษีแล้วก็สิทธิประโยชน์ในทางภาษีจะต่างกัน การพิจารณาถึงคุณประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง ก็จะสูญเสียอีกด้านหนึ่ง โดยเหตุนี้ ก็เลยจำต้องพิเคราะห์และก็พินิจว่า ใช้แนวทางใดก็เลยจะยอดเยี่ยม สำหรับธุรกิจการค้าของตัวเอง

อยาก เช่ารถ ไว้ใจ Drivemate
สำหรับใครที่กำลังมอง รถเช่า Drivemateคือผู้ช่วยที่จะทำให้คุณได้รถดังใจต้องการ เป็นคาร์แชร์ริ่งแพลตฟอร์มการเช่ารถจากเจ้าของโดยตรง มีรถกว่า 9,000 คัน พร้อมให้บริการ มาตรฐานดี ไม่มีผิดหวัง